วันอังคารที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

การจัดสวนถาด

วิธีการจัดสวนถาดการจัดสวยถาด คือการทำต้นไม้ในร่มพันธ์ แคระมาจักสวนขนาดจิ๋วลงในถาดขนาดพอเหมาะ เพื่อตั้ง ประดับตกแต่งในอาคาร หรือโต๊ะทำงาน โดยมากต้นไม้ที่นิยมนำมาจัดมักจะเป็นต้นไม้มงคลชนิดต่างๆ ส่วนขั้นตอนนั้นก็สุดแสนจะง่าย อาศัยเพียงความคิดสร้างสรรค์ของแต่ละบุคคล ในส่วนของวัสดุที่ใช้ในการทำนั้นก็สามารถหาได้ในท้องตลาดแถมพอทำแล้วกำไรดีซะด้วย ถ้าสนใจลองทำแล้วจะรู้ว่าสามารถทำได้ง่ายจริงๆ
วัสดุอุปกรณ์การทำประกอบด้วย
ถาดเซรามิกหรือดินเผา
ต้นไม้ในร่ม เช่น เฟิร์นผักชี, แพญี่ปุ่น, ราชินีเงิน, กนกนารีบูล, กุหลาบหินใบฝอย เป็นต้น
ทราย
หิน, หินกรวด, ขอนไม้
กระบอกฉีดน้ำ
คีมปากกาแหลม
ขั้นตอนการจัดสวนถาด
นำทรายใส่ลงในถาดแล้วใช้กระบอกฉีดน้ำ ฉีดให้ชุ่มพอดี
จากนั้นนำต้นไม้ขนาดใหญ่ลงปลูก โดยการขุดทรายให้เป็นหลุมลึกพอกลบรากต้นใม้ได้
พอปลูกต้นไม้ใหญ่เสร็จ ตามด้วยต้นไม้ขนาดกลาง
เสร็จแล้ววางหินขนาดต่างๆ ตามแบบที่วางไว้
แล้วตามด้วยต้นไม้ขนาดเล็ก จัดตามความชอบ ความต้องการของลูกค้า
จากนั้นนำต้นไม้ประเภทคลุมพื้น มาคลุมพื้นทรายบริเวณที่ไม่ได้ปลูกต้นไม้ให้เต็ม
เสร็จแล้วโรยหินกรวดตกแต่งให้สวยงาม

วันพฤหัสบดีที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2553

วิธีการเพาะถั่วงอกตัดราก

อย่างแรกเราก็มาเตรียมอุปกรณ์กันก่อนนะครับ
1.ตระแกงมีรูตามจำนวนที่ต้องการจะเพาะ
2.กระสอบผ้า
3.ซึ้งมีรู
4.กะละมังแช่ถั่ว
เอาละพอเตรียมอุปกรณ์กันเสร็จเราก็มาเริ่มเพาะกันเลยครับ
อย่างแรกเราก็นำเอาถั่วท่เราแช่ไว้8-9ชั่วโมงนำมาล้างน้ำให้สะอาดแล้วก็นำเอากระสอบมาวางไว้ในซึ้งที่เราต้องการจะเพาะและวางตระแกงลวดลงทับกระสอบผ้าไว้แล้วก็เอาถั่วที่เราเลือกไว้มาเทลงบนตระแกงที่เราเตรียมไว้จากนั้นก็จัดถั่วให้เสมอกันโดยทับกัน2ชั้นแล้วก็ทำแบบนี้1-2ชั้นแล้วแต่เราจะเพาะแล้วก็ปิดฝาเอาไว้รดน้ำ2-3คืนพอครบ3คืนแล้วตอนเราก็มาถึงวิธีตัดการทั่เราจะตัดนั้นควรตัดตรงโคนต้นเพราะว่าจะได้ถั่วงอกเยอะกว่าเพราะถ้าตัดไม่ดีอาจะตัดไปโดนตรงกลางและเราอาจจะเสียถั่วงอกไปเยอะเป้นยังไงละครับกับการเพาะถั่วงอกตัดรากไม่ยากใช่มั้ยละลองเอาไปทำดูนะครับ

วันพฤหัสบดีที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

วิธีขุดล้อมต้นไม้ไม่ให้ตาย

การขุดล้อมต้นไม้ มีสามวิธี คือ
วิธีที่ ๑ การขุดล้อมเตือน ใช้กับต้นไม้ที่ขุดล้อมยากจำเป็นต้องอาศัยเวลานานเป็นปี โดยขุดดินรอบโคนต้น แล้วค่อย ๆ ตัดรากออกทีละด้าน และตั้งแต่เริ่มขุดครั้งแรกก็ต้องตัดแต่งกิ่ง และค้ำยันต้นไว้ให้เรียบร้อย ตัวอย่างต้นไม้ที่ต้องใช้วิธีนี้ได้แก่ต้นไม้ที่มีอายุมาก เปลือกบาง เจริญเติบโตช้า เช่น ตะโกน วิธีที่ ๒ คือ การขุดล้อมเพื่อให้ใบร่วง เป็นการลดการคายน้ำใช้กับต้นไม้ขนาดเล็กและขนาดกลาง เช่น ตะแบก เสลา ปีบนนทรี หางนกยูง ฯลฯ โดยจะขุดรอบโคนต้นแล้วใช้วัสดุห่อหุ้มตุ้มดินไว้ให้แน่น หลังจากนั้น ๑๕-๓๐ วันจึงตัดรากทั้งหมดแล้วจึงเคลื่อนย้ายา มะเกลือ จันทน์ ฯลฯ วิธีที่ ๓ การขุดล้อมและเคลื่อนย้ายในขั้นตอนเดียว นิยมใช้กับต้นไม้ขนาดใหญ่มียาง เปลือกหนา มีโอกาสตายน้อยมากเช่น โพ ไทร กร่าง ยางอินเดีย ลั่นทม ไผ่ ฯลฯ
ก่อนจะขนย้ายต้นไม้จำเป็นต้องสำรวจเส้นทางเสียก่อนเป็นต้นว่าความกว้างของถนนตลอดเส้นทางที่จะต้องขนย้าย มีสายไฟฟ้า สะพานลอย หรือไม่ เพราะจะได้เตรียมไม้ค้ำสายไฟสายโทรศัพท์ โดยส่วนใหญ่แล้วต้นไม้ที่ขนขึ้นรถจะวางราบบนพื้นรถ แล้วตัดแต่งทรงพุ่มมิให้สูงเกิน ๔.๕ เมตร

วันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2552

วันอังคารที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2552

วันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2552

วันอังคารที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2552

การตกแต่งไม้ดัดไม้แคระ

การดัดโค้งงอ
เป็นการจัดกิ่งพุ่มใบให้ระยะห่างได้จังหวะช่องไฟที่เหมาะสม การดัดลักษณะนี้จะใช้ลวดพันลำต้นและกิ่งที่ต้องการ การพันลวดควรคำนึงถึงสิ่งเหล่านี้ 1. ขนาดของลวด เลือกให้มีขนาดเหมาะสมกับลำต้นหรือกิ่งที่จะพันเพราะถ้าใช้ลวดเล็กเกินไป จะบังคับให้กิ่งโค้งตามต้องการไม่ได้ หรือถ้าลวดมีขนาดใหญ่ก็จะแข็งทำให้พันลำบาก 2. การพัน พันวนไปตามต้นกิ่งในลักษณะ 45 องศา ทั้งระยะห่างพอประมาณอย่าให้หลวมหรือแน่นจนเกินไป 3. การดูแลหลังพันลวด หลังจากพันลวดเสร็จแล้วสามารถดัดได้ตามต้องการ การดัดควรทำอย่างเบามือ อย่าพยายามดัดหรือหักลำต้นจนเกินไปเพราะอาจทำให้กิ่งและลำต้นเสียหายได้ เมื่อดัดเรียบร้อยแล้ว ต้องปล่อยให้ต้นไม้อยู่ตัวสักระยะหนึ่ง ประมาณ 3-4 เดือน จึงเอาลวดออกเพื่อป้องกันการสปริงตัวกลับของกิ่ง ถ้าเห็นว่ากิ่งมีรอยถูกลวดมัด ให้รีบแก้ออกแล้วพันใหม่ทันที การดัดกิ่งให้โค้งงออีกรูปแบบหนึ่ง คือการใช้น้ำหนักถ่วงให้กิ่งโค้ง ห้อยงอลงเพราะแรงดึงหรือแรงถ่วง โดยใช้ก้อนหินหรือของหนัก ๆ ผูกเชือกห้อยไว้กับกิ่งที่ต้องการดัด จนเห็นว่ากิ่งอยู่ตัวดีจึงนำออก

การปิดกระหม่อมทำหุ่นไม้ดัด
ลักษณะของไม้หุ่นที่มีรูปทรงเป็นลักษณะไม้หุ่นเดียว (ไม้วิชา) เมื่อนำมาปลูกและฟื้นตัวได้ดี มีกิ่งกระโดงแตกใหม่แล้วจะต้องทำการปิดกระหม่อม ลักษณะไม้ท่อนเดียวเมื่อเจริญเติบโตดีแล้วให้เลื่อยต้นตอ สูงจากพื้นดินพอเหมาะตามต้องการ ต่อมาจะเกิดกิ่งกระโดงแตกออกมาใต้บริเวณรอยตัด ถ้ากิ่งกระโดงแตกต่ำจากรอยตัดมากเกินไป ก็ให้ตัดหัวตอลดต่ำลง เมื่อกระโดงยาวได้ประมาณ 30 เซนติเมตร ก็ให้เริ่มทำการปิดกระหม่อมทำหุ่น โดยการค่อย ๆ กับหลักให้แน่น ปล่อยให้กิ่งกระโดงยาวออกไปเรื่อย ๆ แต่ต้องคอยริดยอดหรือให้กิ่งกระโดงโตเร็วขึ้น รอจนกว่ากิ่งกระโดงจะโตเชื่อมปิดกระหม่อมได้เรียบร้อยดีแล้ว ก็ให้ตัดกิ่งกระโดงออกเหลือไว้เท่าที่ต้องการเท่านั้น เพื่อใช้กิ่งกระโดงนี้เป็นหุ่นเลี้ยงกิ่งแยกต่อไป แต่ละหุ่นจะปล่อยให้แตกกิ่งแยกเท่าไรนั้น ก็ต้องขึ้นอยู่กับว่าจะทำไม้ตัดชนิดใดจากรูปแบบทั้ง 9 ชนิด ที่กล่าวไว้แล้วในตอนที่ 2
เทคนิคการตัดแต่งกิ่ง
การเตรียมต้นตอ เพื่อการปลูกเลี้ยงเป็นไม้ดัดไม่ว่าต้นตอที่ได้มานั้นจะมีรูปแบบเป็นไม้บรรจบป่าหรือไม้บรรจบหุ่น รูปทรงมักจะไม่งามตามความต้องการ คงต้องเลี้ยงและบังคับ ให้มีกิ่งก้านพุ่มใบตามรูปร่างรูปทรงที่ตัดเอาไว้ การดัดกิ่งก้านหรือบังคับให้แตกกิ่งก้านตรงจุดที่ต้องการ เป็นเรื่องที่ต้องทำเสมอ เทคนิคเหล่านี้จำเป็นต้องศึกษา ติดตามสังเกตจากผู้มีประสบการณ์ อย่างไรก็ตาม แบบเรียนคงบอกผู้ปลูกเลี้ยงไม่ได้ว่าจะต้องดัดตรงไหนให้แตกกิ่งใหม่กี่กิ่ง คงเสนอแนะเทคนิคการดัดและเสริมกิ่ง เท่าที่ผู้ปลูกเลี้ยงนิยมทำกันเท่านั้น

การดัดฉาก
กรณีที่ต้องการกิ่งหักมุม หรือหักข้อศอก ให้ใช้มีดปาดส่วนของกิ่งด้านที่ต้องการหักมุมออก แล้วหักพับตามต้องการโดยใช้ลวดบังคับหรือใช้เชือกผูกยึดจากนั้นใช้พลาสติกพันทับรอยปาดที่หักพับของกิ่งเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำเข้าได้ จะทำให้รอยแผลสร้างเปลือกออกหุ้มโดยเร็วขึ้น

การบังคับให้แตกกิ่ง
บางครั้งจำเป็นต้องบังคับให้แตกกิ่งใหม่ตรงตามจุดที่ต้องการซึ่งอาจเป็นได้ทั้งกิ่งที่มีตาและตรงที่ไม่มีตาการบังคับให้แตกกิ่งตรงที่มีตาอยู่แล้ว ทำได้โดยการใช้พลาสติกพันลำต้นและกิ่งให้มิด เว้นไว้ตรงตาที่ต้องการให้แตกกิ่ง เมื่อตาที่เว้นไว้แตกกิ่งจะต้องรอให้กิ่งโตพอสมควร จึงเอาพลาสติกที่พันออกการบังคับให้แตกกิ่งตรงที่ไม่มีตา วิธีการทำได้โดยใช้สว่านเจาะทะลุ แล้วนำกิ่งยอดจากต้นอื่น มาตัดกิ่งแขนงเล็ก ๆ และรูดใบออกให้หมด นำกิ่งดังกล่าวสอดให้ทะลุรูเจาะนั้น แล้วผูกยึดกิ่งสอดนั้นให้แน่น รอให้กิ่งที่สอดนั้นโตขึ้นเนื้อเยื่อและท่อน้ำนำอาหารก็จะเชื่อมประสานติดกันแน่น จากนั้นจึงค่อยตัดโคนกิ่งที่สอดให้ชิดกับกิ่งหุ่น ซึ่งเมื่อนาน ๆ ไปก็จะดูเป็นกิ่งจากต้นหุ่นเดียวกัน

การทำช่อหรือพุ่มใบ
เมื่อมีการจัดหรือบังคับให้แตกกิ่งตรงตามจุดต้องการ สิ่งที่ต้องดูแลต่อไปก็คือช่อหรือพุ่มใบ ไม้ดัดนอกจากรูปทรงต้นกิ่งก้านแล้ว ช่อหรือพุ่มใบเป็นอีกองค์ประกอบหนึ่งที่จะทำให้ไม้ต้นนั้นดูงดงาม ดึงดูดความสนใจของผู้พบเห็น การทำช่อหรือพุ่มใบทำได้โดยการตัดยอดของกิ่งนั้นออก ให้กิ่งนั้นแตกยอดและใบออกมา รอจนยอดนั้นมีใบเพสลาด (กิ่งอ่อนกิ่งแก่) จากนั้นก็ตัดยอดที่แตกออกมาใหม่นี้อีกครั้งในลักษณะเช่นนี้ติดต่อกันไป จนกระทั่งส่วนนั้นแตกยอดและใบมากขึ้นดูสวยงาม ก็ตัดแต่งให้ได้รูปทรงของช่อใบตามต้องการ การทำช่อหรือพุ่มใบ กิ่งหนึ่งจะแยกออกเป็นกี่ช่อที่พุ่มใบก็ได้ ขึ้นอยู่กับรูปแบบตามตำราและรูปทรงของไม้หุ่น แต่สิ่งที่ควรคำนึงคือ การจัดช่อใบให้ได้ระยะที่พอเหมาะกับสัดส่วนและสัมพันธ์กัน เช่น การที่จะทำให้มี 9 ช่อ ก็จัดวาง 2 ชั้นชั้นละ 4 ช่อ และวางไว้ที่ยอดอีก 1 ช่อ รวมเป็น 9 ช่อพอดี

วันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2552

วันอังคารที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2552

ประโยชน์ของไม้ดัดไม้แคระ

ประโยชของไม้ดัดคือสมารถใช้ตกแต่งบ้านไห้ดูสวยงามน่ามองและสมารถเลี้ยงจนโตสวยงามสามารเอาไปขายได้ราคาดี
ไม้ดัดจึงเป็นไม้เศษกิจที่ทำราคาดีไห้กับผู้เลี้องอย่างมาก

ความหมายของไม้ดัดไม้แคระ

มรดกทางศิลปที่เก่าแก่อย่างหนึ่งของไทย ที่ปัจจุบันหาดูได้ค่อนข้างยาก และหาผู้สืบทอดได้ยากอีกด้วยก็คือ การเลี้ยงไม้ดัดแบบไทย ซึ่งเป็นงานอดิเรกของคนไทยมาตั้งแต่สมัยก่อนกรุงศรีอยุธยา ดังที่ปรากฏอยู่ในวรรณคดีเรื่องขุนช้างขุนแผน ซึ่งผู้เขียนได้เคยยกมากล่าวไว้ในบทที่ 1 แล้ว ประมาณกันว่า"ขุนแผน" ตัวเอกในเรื่องนี้ มีตัวตนจริงๆ อยู่ในสมัยของสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 ในแผ่นดินกรุงศรีอยุธยา ระหว่างปีพุทธศักราช 2034 ถึง 2072 หรือจุลศักราช 840 ถึง 891 ซึ่งก็หมายความว่าคนไทยเล่นไม้ดัดเป็นงานอดิเรกกันมานานกว่า 500 ปีแล้ว
แต่ว่า ก่อนที่จะคุยกันเรื่องไม้ดัดแบบไทยกันต่อไป ขอทำความเข้าใจเสียก่อนว่า ไม้ดัดแบบไทยนั้น มีความแตกต่างไปจากไม้แคระตามศิลป"บุ่งไช่"ของจีน และ"บอนไซ"ของญี่ปุ่น อย่างที่เรียกว่าไปกันคนละเรื่อง ประการสำคัญก็คือ ไม้ดัดไทยไม่ใช่ไม้แคระ เพราะฉนั้นการเล่นไม้ดัดกับการเล่นบอนไซนั้นจะไม่เหมือนกัน ข้อแรก ไม้แคระหรือบอนไซนั้น เท่าที่เคยเห็นมา ความสูงอย่างมากที่สุดก็อยู่ประมาณไม่เกินเมตรครึ่ง หรือประมาณ 150 เซ็นติเมตร แล้วเล็กลงไปจนถึงขั้นบอนไซจิ๋ว ซึ่งสูงไม่ถึง 10 เซ็นติเมตร แต่ไม้ดัดของไทยนั้น ขนาดเล็กที่สุดก็ปาเข้าไปร่วมเมตรแล้ว สำหรับที่สูงจริงๆ นั้น ถ้าจะลองไปดูแถวๆ ในพระบรมมหาราชวัง แถวพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ก็ไม่หนี 3-4 เมตรข้อที่สอง รูปแบบของการดัดกิ่งและการตกแต่งกิ่งก้านแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง รูปแบบของบอนไซนั้น เป็นการคงเอาลักษณะและรูปทรงเดิมๆ ของต้นไม้ที่มีอยู่ในธรรมชาติ มาย่อส่วนให้เล็กลงเป็นไม้แคระ แต่รูปแบบของกระบวนไม้ดัดไทยนั้น ไม่คงลักษณะเดิมตามธรรมชาติของต้นไม้ไว้เลย รูปร่างหน้าตาของไม้ดัดไทยแต่ละแบบนับได้ว่ามีความพิลึกพิสดารอย่างยิ่ง ต้องใช้เวลานับเป็นสิบปีกว่าจะ"จบ"ได้ บางทีจนเจ้าของไม้ตายไปแล้วไม้ยังจบไม่ลงก็มี นับเป็นงานอดิเรกที่ต้องใช้ความอุตสาหะ วิริยะ มานะ อดทน ใจเย็น โดยครบถ้วนกระบวนความ ดังนั้นไม้ดัดไทยจึงทรงคุณค่าอยู่ในตัวของมันเองและมีค่าเสมือนวัตถุโบราณอย่างหนึ่งทีเดียว

ชนิดของไม้ดัด

แม่แบบของไม้ดัดไทยประเภทต่าง ๆ
ลักษณะของแม่แบบ หรือต้นแบบของไม้ดัดไทย อาศัยรูปลักษณะโครงสร้างตามธรรมชาติของต้นไม้ใหญ่ที่ขึ้นอยู่ทั่วไป เป็นแนวคิดในการแบ่งแยกประเภทซึ่งแบ่งได้ดังนี้ ประเภทแรก เป็นไม้ที่ดัดให้เป็นไปตามโคลงศิลปะของไทย ซึ่งดูแล้วจะไม่เหมือนกับต้นไม้ที่ขึ้นอยู่ตามธรรมชาติ ตามโคลงตำราว่าด้วยเรื่องไม้ดัดของหลวงมงคลรัตน์ (ช่วง ไกรฤกษ์) ได้กล่าวไว้ในโคลงว่ามี 7 ชนิดด้วยกัน คือ 1. ไม้ขบวน 2. ไม้ฉาก 3. ไม้หกเหียน 4. ไม้เขน 5. ไม้ป่าข้อม 6. ไม้กำมะลอ 7. ไม้ตลก ประเภทที่สอง เป็นไม้ที่ดัดให้ดูเหมือนกับไม้ใหญ่ที่ขึ้นอยู่ตามธรรมชาติมี 2 ชนิด คือ 1. ไม้ญี่ปุ่น 2. ไม้เอนชาย ไม้ดัดแต่ละชนิด มีลักษณะดังรายละเอียดต่อไปนี้ ไม้ขบวนวาดเลี้ยว วงเวียน ต้นนา ตอต่ำตัดเรือนเจียน เรียบร้อย ที่กิ่งชอบใช้เนียน สนิทช่อง ไฟแฮ ทรงฟุ่มชิดเชิดช้อย ช่องชั้นจังหวะว่าง ไม้ขบวน หรือไม้กระบวน ลักษณะของทรงต้นจะตรง หรือคดเล็กน้อยก็ได้ ต้นต่ำดัดกิ่งให้วกวนเวียนขึ้นไปวนสุดยอด การจะดัดแต่งกิ่งจะไม่กำหนดรูปทรงแน่นอนผู้ดัดจะดัดพลิกแพลงอย่างใดก็ได้ แต่สิ่งสำคัญจะต้องจัดช่อพุ่มใบให้จังหวะช่องไฟดูพอเหมาะพอดีและแต่งให้เรียบร้อย โดยทั่วไปนิยมทำเป็น 9 ช่อ ไม้ขบวนสามารถดัดแต่งช่อพุ่มได้ง่ายกว่าไม้ดัดชนิดอื่น ๆ จึงได้รับความนิยมอย่างมาก ฉากแบบโคนทอดน้อย หนึ่งงาม ที่คดคบขดตาม หักค้อม ตอย่อกิ่งต่อสาม สมแบบ เดิมนอ ต้นชดเค้ากิ่งหย้อม อย่าช้าเสียคม ไม้ฉาก ลักษณะทรงต้นจะตรงขึ้นมาดัดหักเป็นรูปมุมฉาก กิ่งก็ดัดแต่งให้เป็นรูปมุมฉากเช่นเดียวกับลำต้น ส่วนปลายกิ่งก็ปล่อยให้เป็นพุ่มใบ นิยมทำพุ่มใบ 9 ช่อ ไม้ดัดฉากนี้จะทำเป็นต้นเดี่ยวหรือต้นคู่ ในลักษณะรูปทรงแบนและฉากบังตาก็ได้ ไม้ฉากเป็นไม้ดัดที่ดัดมากที่สุด ผู้ที่จะดัดจะต้องเป็นผู้ที่มีฝีมือ และมีความวิริยะ ความอดทนสูงมากจึงจะทำได้ หกเหียนเห็ดดัดคู่ ดัดทับ ตอเผล้เร่เรือนรับ ลอดพลิ้ว ที่ยอดทอดทวนทับ ทบกิ่ง กลแฮ ดูดุจหมัดมวยงิ้ว ผงาดง้ำผงกหงาย ไม้หกเหียน ลักษณะทรงต้นมีการดัดต่างกิ่งให้ย้อนกลับลงมาทางโคนต้นก่อน แล้วจึงดัดทำกิ่งให้โค้งงอขึ้นไปรอบ ๆ ต้น การดัดแต่งกิ่งช่อพุ่มของไม้หกเหียนนี้ ตามตำรากำหนดให้ทำกิ่งและช่อพุ่มจำนวน 11 ช่อ ไม้ดัดชนิดนี้จึงอยู่ในประเภทที่ดัดยาก ไม้เขนเบนกิ่งท้าย ทวนลง โคนปุ่มภูต้นตรง เกร่อเก้อ ที่ยอดทอดหวนหง เห็ดขด คู่แฮ ดุจมถคเหลียวชะเง้อ ชะโงกเงื้อมมาหลัง ไม้เขน ต่างจากไม้ดัดชนิดอื่นตรงที่จะให้ความสำคัญที่ทรงต้น โดยต้นจะต้องมีปุ่มที่โคนและกิ่งต่ำสุดต้องดัดลง ให้อยู่ตรงข้ามกับกิ่งที่ 2 และกิ่งยอดโดยเฉพาะกิ่งยอดต้องหักเอี้ยวลงมาข้างหลังก่อนแล้วจึงดัดวกกลับขึ้น สำหรับกิ่งที่ 2 ดัดให้ได้จังหวะ รับกับกิ่งยอด ไม้เขนนี้นิยมทำกิ่งและช่อพุ่มใบ 3 ช่อ จึงจะดูสวยงาม ป่าข้อมโคนปุ่มต้น ตามตรง คบแยกสามกิ่งจง จัดเก้า จังหวะระยะวง เวียนรอบ กลมแฮ จัดช่องไฟให้เท่า ส่วนต้นดัดเรือน ไม้ป่าข้อม ลักษณะทรงต้นตรงขึ้นไปถึงยอด ตรงโคนมีปุ่มรอยตัด การตัดแต่งกิ่งดัดให้วนเวียนรอบ ๆ ต้นขึ้นไป การทำกิ่งและช่อพุ่มกำหนดให้ทำ 3 กิ่ง ๆ ละ 3 ช่อ รวมทั้งต้น 9 ช่อ และต้องจัดทำกิ่งและช่อให้สม่ำเสมอกัน ไม้ญี่ปุ่นรวมทั้ง กำมะลอ ตลกรากเอนชายมอ มากใช้ ท่วงทีที่ขันพอ พูมตลก คงกิ่งจังหวะได้ ช่องพร้อม เรือนเสมอ ไม้กำมะลอ ลักษณะทรงต้นตรงขึ้นไป จะมีกิ่งที่โคนหรือไม่มีก็ได้ แต่ส่วนยอดจะต้องดัดให้หันเหหมุนเวียนจากยอดวกวนชี้ลงล่างไม่ว่าจะเป็นลักษณะใดจึงจะสมชื่อกำมะลอ คือไม่ใช่ของจริง ฉะนั้นกิ่งยอดจะต้องทำให้หักเหชี้ลงข้างล่างแทนที่จะชี้ขึ้นฟ้าเหมือนทั่ว ๆ ไป และถ้ายิ่งยักเยื้องพิสดารได้มากเท่าไรก็ยิ่งดี จะมีกิ่งและช่อมากน้อยเท่าไรก็ไม่กำหนด ขอให้ดูสวยงามเข้ารูปทรงเท่านั้นเป็นพอ ไม้ตลก เป็นไม้ดัดที่ตั้งใจดัดให้ผู้พบเห็นแปลกตาทำนองตลกขบขัน มี 2 ลักษณะคือ ไม้ตลกหัวและไม้ตลกรากไม้ตลกหัว จะมีส่วนบนสุดยอดของลำต้นเป็นก้อนกลุ่มยิ่งใหญ่โตเท่าไรยิ่งดี ลักษณะลำต้นจะเป็นกระปุ่มกระป่ำ มีกิ่งมีช่อน้อย ไม้ตลกราก จะมีรากลอยหรือรากบางส่วนโผล่พื้นดินขึ้นมาดูไม่เรียบร้อยไม้ดัดชนิดนี้ ถ้าจะให้สวยงามจริง ๆ ต้องมีทั้งตลกหัวและกลกรากอยู่ในต้นเดียวกันและทำช่อกิ่งเพียงเล็กน้อยจะดูสวยงาม ไม้ญี่ปุ่น ลักษณะเป็นไม้ดัดที่คล้ายกับไม้แคระทรงญี่ปุ่นและวิธีการดัดก็คล้าย ๆ กัน คือทำโคนต้นใหญ่ และบังคับให้แคระแกร็นปลายต้นเรียว ลำต้นจะตรงหรือเอนเล็กน้อยก็ได้ กิ่งและช่อพุ่มดัดแต่งให้กระจายตามรูปทรงไม้ใหญ่ในธรรมชาติ ไม้ดัดชนิดนี้จะปลูกติด 2 ต้นคู่ติดกัน โดยให้มีขนาดลดหลั่นกันลงมาหรือจะทำเฉพาะต้นเดี่ยว ก็ได้ ไม้เอนชาย หรือเอนชายมอ ลักษณะลำต้นตรงขึ้นมา แล้วเอนออกไปทางด้านข้างดูเหมือนกับต้นไม้ที่ขึ้นตามหน้าผา หรือตามตลิ่งโดยมีรากยึดเกาะด้านข้าง เก้าชนิดนับชื่ออ้าง ออกนาม ไม้เฮย โดยบุราณเรียกตาม ต่อถ้อย คิดดัดแต่งตัดงาม คงเงื่อน นั้นนา พอประจักษ์นามน้อย เนื่องไม้มีเดิม ไม้ดัดทั้ง 9 ชนิด ตามโคลงตำราไม้ดัดของหลวงมงคลรัตน์ ที่กล่าวเสนอมานั้น เป็นลักษณะต้นแบบของข่อยดัดของไทยเราโดยแท้ สมควรที่ผู้เล่นไม้ดัดควรยึดถือเป็นแบบอย่าง แต่สำหรับในทางปฏิบัติแล้วการดัดและตกแต่งกิ่งช่อพุ่มอาจดัดยักเยื้องต่างไปบ้างตามรูปทรงต้นตอ แต่ก็อย่าให้ถึงกับเสียรูปท

วิธีการคัดเลือกและเตรียมพันธ์ไม้ดัด

ต้นไม้ที่นำมาทำเป็นไม้ดัดเราจะเรียกว่า "ไม้หุ่น" ลักษณะการได้มาของไม้หุ่นจะมาจาก 2 แหล่ง คือ 1. ได้จากต้นไม้ที่ขึ้นอยู่ในป่าตามธรรมชาติ ซึ่งอาจจะออกไปหาขุดเองหรือหาซื้อจากผู้ที่ขุดมาขาย 2. ปลูกเลี้ยงขึ้นมาเอง ไม่ว่าจะหาไม้มาได้ในลักษณะใดก็ตาม การดัดตกแต่งจะยุ่งยากหรือจะต้องใช้เวลามากน้อยแค่ไหน ก็จะขึ้นอยู่กับรูปทรงของไม้หุ่นเป็นสำคัญโดยทั่ว ๆ ไปนักเลงไม้ดัดจำแนกรูปทรงไม้หุ่นไว้ 3 แบบ ด้วยกัน คือ 1. ไม้บรรจบป่า 2. ไม้บรรจบหุ่น 3. ไม้วิชา ไม้บรรจบป่า จะเป็นไม้ที่ขึ้นอยู่ตามธรรมชาติ รูปทรงกิ่งก้านคดเคี้ยวไปมา เนื่องจากถูกสัตว์เหยียบย่ำหรือเป็นต้นไม้ที่ขึ้นอยู่ใต้พุ่มไม้ใหญ่ชนิดอื่น ๆ ทรงพุ่ม แลดูแคระแกร็นลักษณะทรงต้นดีเข้าที่เกือบใช้ได้แล้วอาจขาดเพียง 2-3 กิ่งเท่านั้นไม้ลักษณะนี้จึงเหมาะสมต่อการนำมาดัดให้ได้รูปทรง เพียงเพิ่มกิ่ง เพิ่มช่อใบ เว้นช่องไฟของช่อใบให้รับหุ่นหรือทรงต้น ก็จะทำให้เป็นไม้ดัดที่ดูงานได้ โดยใช้เวลาอีกไม่มากนัก การเลือกไม้ลักษณะนี้มาทำเป็นไม้ดัด อาจใช้เวลาเพียง 2-3 ปี ก็เสร็จสมบูรณ์ ไม้บรรจบหุ่น เป็นไม้ที่มีลักษณะรูปทรงหุ่นใกล้เคียงกับรูปแบบไม้ดัดที่จะทำ เพียงนำมาทำการดัดแต่งอีกเพียงเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็เริ่มทำกิ่งช่อต่อไปได้ไม้บรรจบหุ่นนี้เหมาะสำหรับนำมาดัดแต่งทำเป็นไม้ดัด ลักษณะไม้ตลก ไม้ขบวน ไม้เอนชายและไม้ญี่ปุ่นเท่านั้น การเลือกไม้ลักษณะนี้มาทำเป็นไม้ดัด จะต้องใช้เวลานานอาจจะถึง 9 ปี จึงจะเสร็จสมบูรณ์ ไม้วิชา เป็นไม้ที่มีลักษณะทรงต้นเพียงท่อนเดียว จะนำมาทำเป็นรูปร่างอย่างไรไม่ได้เลย เป็นไม้หุ่นที่นำมาทำไม้ดัดยากที่สุด จะต้องนำมาเลี้ยงให้ต้นแตกกิ่งกระโดงใหม่แล้วจึงจะทำการปิดกระหม่อมหุ่น (การปิดกระหม่อม หมายถึง การที่ดัดกิ่งที่แตกใหม่มาทับรอยตัดของต้นต่อเดิม) เมื่อกิ่งกระโดงได้ขนาดและเชื่อมกับต้นตอได้ดีแล้ว ก็จะใช้กิ่งกระโดงนั้นเป็นหุ่นทำกิ่งช่อต่อไป ผู้ดัดจะต้องใช้ฝีมือ และมีความวิริยะอุตสาหะเป็นเลิศ จึงจะทำได้สำเร็จ การใช้ไม้ชนิดนี้มาทำไม้หุ่นต้องใช้เวลามากกว่าจะได้ไม้ดัดที่เสร็จสมบูรณ์อาจจะถึง 15-18 ปีก็ได้ ปีก็ได้ ไม้วิชานี้ถือว่าเป็นไม้ที่ใช้ทดสอบฝีมือผู้ดัดได้เป็นอย่างดี
การเตรียมพันธุ์ไม้ดัด
ในอดีตที่ผ่านมา ผู้ที่จะเลี้ยงไม้ดัดจะต้องไปเสาะหาไม้หุ่นจากป่าธรรมชาติซึ่งมีอยู่มากมาย การขุดก็ต้องค่อย ๆ ขุดล้อมโคนต้นให้มีดินติดมา ตัดกิ่งและรากที่ยาวเกินไปออก ใช้กระสอบหรือวัตถุอื่นปิดคลุมส่วนดินและรากเอาไว้ ในขณะที่เคลื่อนย้าย จะต้องระมัดระวังอย่าให้กระเทือนมาก นำมาปลูกและใช้หลักปักยึดไว้ให้แน่น เพื่อป้องกันไม่ให้ต้นเอียงหรือล้มจะต้องปลูกทิ้งไว้สักระยะหนึ่ง รอจนต้นไม้ฟื้นตัว และแตกกิ่งก้านใหม่จึงจะค่อยเริ่มลงมือดัดตกแต่งตามต้องการ ในปัจจุบันมีผู้ปลูกเลี้ยงไม้ดัดกันมากขึ้น จึงเกิดมีอาชีพขุดต้นตอขาย ผู้ที่อยู่ใกล้แหล่งธรรมชาติที่มีต้นตอขึ้นอยู่แล้วมากมาย จะเลือกขุดและนำมาพักเลี้ยงให้ฟื้นตัวดี เมื่อเริ่มแตกกิ่งก้านใหม่ จึงนำออกมาขายให้กับผู้ที่ต้องการปลูกเลี้ยงต่อไป ในอนาคต คงจะต้องใช้วิธีปลูกเลี้ยงพันธุ์ไม้ขึ้นมาเอง เพราะพันธุ์ไม้ที่มีอยู่ตามธรรมชาตินับวันก็จะหายากและขาดแคลนมากขึ้นเรื่อย ๆ

ลักษณะของไม้ดัดไม้แคระ

ลักษณะไม้ดัด เป็นศิลปะประจำชาติไทย เป็นศิลปะการเล่นพันธุ์ไม้ของคนไทยโบราณตั้งแต่ปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา การเล่นไม้ดัดแสดงให้เห็นถึงความ อุตสาหะพากเพียรพยายามทรงไว้ซึ่งฝีมือและแนวความคิดในงานศิลปะของคนไทย เพราะไม้ดัดจะมีรูปร่างลักษณะถูกต้องตามแบบฉบับการดัดจะต้องใช้ระยะเวลายาวนานไม่น้อยกว่า ๕ หรือ ๑๐ ปี ไม้ดัดไทยที่มีลักษณะงดงามจึงมีอายุถึง ๒๐, ๕๐ ปี บางต้นมีอายุถึง ๑๐๐ ปีก็มี จึงทำให้ไม้ดัดมีค่าสูงเหมือนโบราณวัตถุที่มีค่าสูงชิ้นหนึ่ง ในตอนต้นกรุงรัตนโกสินทร์ พระมหากษัตริย์ไทย โดยเฉพาะพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสนพระทัยและโปรดปรานเล่นไม้ดัด ดังปรากฏในพระบรมมหาราชวัง และพระราชวังดุสิต นอกจากนี้ยังมีเจ้านายอีกหลายพระองค์ ทรงเล่นไม้ดัด เช่น สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์วรพินิต เจ้าฟ้ากรมหลวงลพบุรีราเมศ เป็นต้น ส่วนบรรดาพระสงฆ์ไทย ก็มีพระครูประสิทธิ์สมณการวัดจักรวรรดิ์ พระมหาผิว (ศุขะพิศิษฐ์) วัดเทพศิรินทร์ เป็นต้น ถึงแม้ว่าบรรดาท่านเหล่านั้นจะสิ้นชีพแล้วก็ตาม แต่แบบฉบับและผลงานของท่านยังคงอยู่ จนกระทั่งปัจจุบัน และยังเป็นการแสดงความเคารพกตัญญูบรรดาท่านเหล่านั้นที่ทำไห้ศิลปะไม้ดัดยังตกทอดถึงปัจจุบันนี้ ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว คุณหลวงมงคลรัตน์ (ช่วง ไกรฤกษ์) ได้เขียนโคลงตำราไม้ดัดไว้และพิมพ์แจกในงานพระราชทานเพลิงศพพระราชสัมภารากร (ชม ไกรฤกษ์) นับว่าเป็นตำราไม้ดัดเล่มแรกและกลายเป็นแม่แบบตำราไม้ดัดมาจนถึงปัจจุบัน

วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2552

วันอังคารที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2552

วันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2552

0-9i098ihkiu0;

วันอังคารที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2552

วันอังคารที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2552